หากคุณมีแผนขายสินค้าให้กับธุรกิจอื่นผ่านอีคอมเมิร์ซ การศึกษาจากตัวอย่างเวป B2B e-Commerce ที่ประสบความสำเร็จจะช่วยให้เห็นแนวทางในการออกแบบประสบการณ์ซื้อสำหรับลูกค้าธุรกิจได้ชัดเจนขึ้น
ในปี 2025 ยอดขาย B2B ในสหรัฐฯ แตะระดับ 15 ล้านล้านดอลลาร์ และจากผลสำรวจเจ้าของร้านโดย Shopify ในปีเดียวกัน พบว่าธุรกิจที่ขายทั้งแบบตรงถึงผู้บริโภค (DTC) และ B2B มีแนวโน้มขยายธุรกิจได้มากกว่าธุรกิจที่ขายแบบ B2B เพียงอย่างเดียว
ตัวอย่างเวป B2B e-Commerce ทั้ง 11 แห่ง ต่อไปนี้แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ต่างๆ พัฒนาประสบการณ์ซื้อของลูกค้า B2B อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นระบบบริการตนเอง การปรับประสบการณ์ให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย การให้ข้อมูลเพื่อช่วยผู้ซื้อค้นคว้า การค้นหาสินค้า และฟีเจอร์อื่นๆ โดยทั้งหมดใช้ Shopify และครอบคลุมทั้งการขายแบบ B2B และ DTC โปรแกรมค้าส่ง และความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ค้าปลีก
ปัจจัยที่ส่งผลให้เวป B2B e-Commerce มีประสิทธิภาพ
ตัวอย่างเวป B2B e-Commerce แต่ละแห่งอาจมีรูปแบบและวิธีการขายต่างกัน แต่เว็บไซต์ที่มอบประสบการณ์ซื้อที่ดีให้กับลูกค้าธุรกิจมักมีองค์ประกอบสำคัญร่วมกัน ได้แก่
- ระบบที่เชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียว: กระบวนการขาย B2B โดยเฉลี่ยเกี่ยวข้องกับ 10 ช่องทาง และผู้ซื้อคาดหวังว่าจะสามารถเปลี่ยนจากช่องทางหนึ่งไปยังอีกช่องทางได้อย่างต่อเนื่อง บน Shopify ทุกช่องทางการขายสามารถทำงานบนระบบส่วนกลางเดียวกัน ช่วยให้ข้อมูลและการดำเนินงานเชื่อมต่อกัน
- ฟีเจอร์บริการตนเอง: Gartner พบว่า ผู้ซื้อ B2B ราว 2 ใน 3 ต้องการซื้อสินค้าแบบบริการตนเอง เพิ่มขึ้นจาก 61% ในปี 2025 เช่น พอร์ทัลออนไลน์ที่เปิดให้ลูกค้าค้าส่งดูแค็ตตาล็อก B2B เช็กราคาเฉพาะสำหรับบัญชีของตน และสั่งซื้อสินค้าได้โดยไม่ต้องติดต่อพนักงานขาย
- การปรับประสบการณ์ให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย: ผลการศึกษาของ McKinsey ในปี 2026 พบว่า ธุรกิจ B2B ชั้นนำมีแนวโน้มใช้การปรับประสบการณ์แบบเฉพาะบุคคล (one-to-one personalization) มากกว่าธุรกิจอื่นถึง 4 เท่า
- ข้อมูลที่ช่วยให้ผู้ซื้อ B2B ตัดสินใจ: คอนเทนต์ให้ความรู้ช่วยให้ผู้ซื้อศึกษาข้อมูลสินค้า เปรียบเทียบตัวเลือกที่ตรงกับความต้องการ และค้นพบธุรกิจของคุณผ่านการค้นหา โดย 97% ของผู้ซื้อ B2B ระบุว่า AI ช่วยให้พวกเขาค้นพบผู้ขายรายใหม่ และเกือบครึ่งหนึ่ง (47%) ระบุว่าเกิดขึ้นเป็นประจำ
ตัวอย่างเวป B2B e-Commerce
ตัวอย่างเวป B2B e-Commerce เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ต่างๆ ใช้ฟีเจอร์บัญชีลูกค้า คอนเทนต์ให้ความรู้ ระบบค้นหาและเลือกสินค้า รายละเอียดสินค้าที่ครบถ้วน รวมถึงหน้าร้านที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละกลุ่ม เพื่อรองรับความต้องการของผู้ซื้อ B2B ที่แตกต่างกัน
|
ตัวอย่าง B2B |
ความสามารถด้าน B2B |
บทเรียนเชิงปฏิบัติ |
|---|---|---|
|
ซินเน็กซ์ |
ระบบสั่งซื้อและบัญชีสำหรับดีลเลอร์ |
เปิดให้ตัวแทนจำหน่ายสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ติดตามสถานะคำสั่งซื้อ ดูประวัติการซื้อ และเอกสารการชำระเงินได้จากบัญชีเดียว Synnex |
|
ออฟฟิศเมท e-Procurement |
ระบบจัดซื้อ B2B สำหรับองค์กร |
ปรับระบบจัดซื้อให้เหมาะกับลูกค้าองค์กรแต่ละราย ช่วยรองรับบริษัทหลายขนาดและองค์กรที่มีหลายสาขา |
|
แมคโคร PRO |
การสั่งซื้อออนไลน์สำหรับผู้ประกอบการ |
ช่วยให้ร้านค้า ร้านอาหาร และผู้ประกอบการค้นหาและสั่งซื้อสินค้าจำนวนมากทางออนไลน์ พร้อมราคาหรือดีลที่ออกแบบมาสำหรับการซื้อเชิงธุรกิจ |
|
ไทยเทรด ดอทคอม |
B2B Marketplace และการค้นหาสินค้า |
รวมสินค้าและผู้ขายไทยไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อให้ผู้ซื้อธุรกิจจากต่างประเทศค้นหา เปรียบเทียบ และติดต่อผู้ส่งออกไทยได้ง่ายขึ้น |
|
ดอยตุง |
จุดขายแบรนด์และความยั่งยืน |
สื่อสารเรื่องผลกระทบทางสังคมและความยั่งยืนควบคู่กับสินค้า เพื่อให้ผู้ซื้อธุรกิจเข้าใจคุณค่าของแบรนด์นอกเหนือจากราคา |
|
อินเด็กซ์ ลิฟวิ่ง มอลล์ |
ช่องทางขายสำหรับโครงการและดีลเลอร์ |
แยกช่องทางขายปลีก ออนไลน์ งานโครงการ และดีลเลอร์ เพื่อรองรับลูกค้าธุรกิจที่มีรูปแบบการซื้อแตกต่างจากลูกค้าทั่วไป |
1. Synnex Thailand ระบบสั่งซื้อ B2B สำหรับตัวแทนจำหน่าย
Synnex Thailand เป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าไอทีและโซลูชันเทคโนโลยีรายใหญ่ในประเทศไทย โดยมีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและพาร์ตเนอร์ธุรกิจเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงลูกค้า
สำหรับลูกค้าธุรกิจ Synnex มีระบบ Synnex Online สำหรับตัวแทนจำหน่ายที่สมัครและผ่านการอนุมัติแล้ว โดยสามารถล็อกอินเพื่อสั่งซื้อสินค้าและจัดการงานซื้อขาย B2B ได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง
ผ่านระบบนี้ ตัวแทนจำหน่ายสามารถ
- สั่งซื้อสินค้าออนไลน์
- เช็กโปรโมชันและสินค้าราคาพิเศษ
- ดาวน์โหลดข้อมูลสินค้าและบริการ
- ตรวจสอบประวัติการซื้อและสถานะการจัดส่ง
- ติดตามสถานะการซ่อมสินค้า
- ตรวจสอบเลขที่อินวอยซ์ ใบลดหนี้ และรายละเอียดการชำระเงิน
ก่อนเริ่มใช้งาน ธุรกิจต้องสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายกับ Synnex และอัปโหลดเอกสารบริษัทเพื่อขออนุมัติ เมื่อผ่านการอนุมัติแล้ว จะได้รับ Customer Code, Username และ Password สำหรับเข้าสู่ระบบและสั่งซื้อสินค้าออนไลน์
ที่มา: Synnex Online
2. OfficeMate e-Procurement ระบบจัดซื้อออนไลน์ที่ปรับให้เข้ากับองค์กรได้
OfficeMate เป็นผู้ให้บริการสินค้าและโซลูชันสำหรับสำนักงานและธุรกิจในประเทศไทย โดยนอกจากการขายสินค้าออนไลน์ทั่วไปแล้ว ยังมี OfficeMate e-Procurement ที่ออกแบบมาสำหรับการจัดซื้อของบริษัทและองค์กรโดยเฉพาะ
จุดเด่นของระบบนี้คือช่วยย้ายขั้นตอนจัดซื้อที่เดิมอาจต้องใช้เอกสารหรือประสานงานหลายฝ่ายมาไว้บนระบบออนไลน์ องค์กรสามารถตั้งค่าขั้นตอนการอนุมัติให้สอดคล้องกับนโยบายของบริษัท ควบคุมงบประมาณ และจัดการคำสั่งซื้อได้ง่ายขึ้น โดยมีสินค้าสำหรับธุรกิจให้เลือกมากกว่า 100,000 รายการ ตั้งแต่อุปกรณ์สำนักงาน ไอที เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงสินค้าอุตสาหกรรมและบริการต่าง ๆ
ฟังก์ชันที่น่าสนใจสำหรับลูกค้า B2B ได้แก่
- ตั้งค่าระบบอนุมัติการสั่งซื้อให้เหมาะกับนโยบายของบริษัท
- สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- ตรวจสอบสถานะคำสั่งซื้อและการจัดส่ง
- รองรับการขอเครดิตเทอมสำหรับลูกค้าธุรกิจ สูงสุด 60 วันตามเงื่อนไข
- รองรับเอกสารและกระบวนการด้านภาษีสำหรับการจัดซื้อขององค์กร
รูปแบบนี้เหมาะกับทั้ง SME และองค์กรขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทที่มีหลายแผนกหรือหลายสาขา เพราะสามารถรวมการจัดซื้อไว้ในระบบเดียว พร้อมกำหนดขั้นตอนอนุมัติให้เหมาะกับโครงสร้างของแต่ละองค์กรได้
ที่มา: OfficeMate e-Procurement
3. Makro PRO สั่งซื้อสินค้าสำหรับธุรกิจได้ง่ายขึ้น
Makro PRO เป็นแพลตฟอร์มสั่งซื้อออนไลน์ของแม็คโครที่ช่วยให้ร้านค้า ร้านอาหาร และผู้ประกอบการเลือกซื้อสินค้าจำนวนมากได้โดยไม่ต้องเดินทางไปสาขา โดยแม็คโครวางแพลตฟอร์มนี้เป็นส่วนหนึ่งของบริการสำหรับลูกค้าธุรกิจ ให้ผู้ประกอบการสามารถ “สั่ง ขาย คุ้ม” ได้ผ่านช่องทางออนไลน์
จุดเด่นคือการนำรูปแบบการซื้อแบบค้าส่งมาไว้บน eCommerce ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้าหลากหลายหมวด เปรียบเทียบราคา เลือกซื้อเป็นแพ็กหรือจำนวนมาก และดูโปรโมชันสำหรับการซื้อเพื่อธุรกิจได้จากหน้าเดียว นอกจากนี้ยังมีดีลแบบซื้อยิ่งมากยิ่งประหยัด ซึ่งเหมาะกับร้านค้าที่ต้องเติมสต็อกเป็นประจำ
ผู้ประกอบการสามารถใช้ Makro PRO เพื่อ
- ค้นหาและสั่งซื้อสินค้าจำนวนมากทางออนไลน์
- เลือกซื้อสินค้าเป็นแพ็กหรือรูปแบบที่เหมาะกับการใช้งานเชิงธุรกิจ
- ดูโปรโมชันและดีลสำหรับการซื้อหลายชิ้น
- สั่งสินค้าสำหรับร้านค้า ร้านอาหาร หรือธุรกิจโดยไม่ต้องไปที่สาขา
- สะสมและใช้สิทธิประโยชน์ผ่าน Makro PRO Point
ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า B2B eCommerce ไม่จำเป็นต้องเป็นระบบที่ซับซ้อนเสมอไป หากลูกค้าหลักเป็นผู้ประกอบการรายย่อย สิ่งสำคัญคือช่วยให้ค้นหาสินค้าง่าย ซื้อในปริมาณที่ต้องการได้ และเห็นความคุ้มค่าของการซื้อเพื่อธุรกิจอย่างชัดเจน
ที่มา: แมคโคร โปร
4. Thaitrade.com มาร์เก็ตเพลส B2B ที่เชื่อมผู้ขายไทยกับผู้ซื้อทั่วโลก
Thaitrade.com เป็น B2B e-Marketplace ของไทยที่ดำเนินงานโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ โดยมีเป้าหมายช่วยให้ผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะ SME เข้าถึงผู้ซื้อจากต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ได้ง่ายขึ้น
แทนที่ผู้ซื้อจะต้องค้นหาซัพพลายเออร์ทีละราย แพลตฟอร์มรวบรวมสินค้าและผู้ขายไทยจากหลายหมวดไว้ในที่เดียว ตั้งแต่อาหารและเครื่องดื่ม ความงาม แฟชั่น ของใช้ในบ้าน ไปจนถึงสินค้าอุตสาหกรรม ทำให้ผู้ซื้อสามารถค้นหาสินค้าที่ต้องการ ดูข้อมูลผู้ขาย และติดต่อเพื่อเริ่มเจรจาธุรกิจได้สะดวกขึ้น
ฟังก์ชัน B2B ที่น่าสนใจ ได้แก่
- ค้นหาสินค้าและซัพพลายเออร์จากประเทศไทยตามหมวดหมู่
- ส่ง Buying Request เพื่อระบุสินค้าที่ธุรกิจกำลังมองหา
- ขอใบเสนอราคาผ่านระบบ e-Quotation
- ติดต่อและเจรจากับผู้ขายที่ผ่านการตรวจสอบบนแพลตฟอร์ม
- ใช้บริการ Business Matching เพื่อเชื่อมต่อกับคู่ค้าที่เหมาะสม
- สมัครบัญชีแยกสำหรับผู้ซื้อและผู้ขายตามรูปแบบการใช้งาน
ตัวอย่างของ Thaitrade.com แสดงให้เห็นว่า B2B eCommerce ไม่จำเป็นต้องจบที่การกดสั่งซื้อทันทีเสมอไป สำหรับการค้าระหว่างธุรกิจ โดยเฉพาะสินค้าส่งออก กระบวนการค้นหาซัพพลายเออร์ ขอราคา และจับคู่ธุรกิจ ก็สามารถนำมาอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อช่วยลดขั้นตอนก่อนปิดการขายได้
ที่มา: Thaitrade.com
5. ดอยตุง ขายสินค้าไปพร้อมกับคุณค่าของแบรนด์
ดอยตุง เป็นธุรกิจเพื่อสังคมภายใต้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยพัฒนาสินค้าหลากหลายกลุ่ม ทั้งกาแฟ แมคคาเดเมีย งานหัตถกรรม และของขวัญ เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับชุมชนควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม
สิ่งที่น่าสนใจสำหรับ B2B eCommerce คือ เว็บไซต์ไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะตัวสินค้า แต่ยังอธิบายอย่างชัดเจนว่าสินค้าเหล่านั้นเชื่อมโยงกับผลลัพธ์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างไร เช่น การสร้างงานในชุมชน การใช้กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และแนวคิดลดของเสียให้เหลือน้อยที่สุด บนเว็บไซต์ ผู้ซื้อสามารถดูสินค้าและข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ได้ในที่เดียว ยกตัวอย่างเช่น
- สินค้าและของขวัญดอยตุง สำหรับเลือกซื้อเป็นของขวัญหรือของที่ระลึก
- ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบทางสังคมและแนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน
- เรื่องราวของงานหัตถกรรมและกระบวนการผลิตที่ช่วยสร้างอาชีพให้คนในพื้นที่
- ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจต่าง ๆ ของดอยตุง เช่น กาแฟ หัตถกรรม คาเฟ่ และการเกษตร
แนวทางนี้เหมาะกับธุรกิจที่สินค้าไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องราคา แต่มีเรื่องราว ที่มา หรือผลกระทบทางสังคมเป็นส่วนหนึ่งของคุณค่าที่ลูกค้ากำลังซื้อ สำหรับลูกค้าองค์กร ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าทำไมสินค้าของแบรนด์จึงเหมาะกับการนำไปใช้เป็นของขวัญองค์กร ของที่ระลึก หรือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการด้านความยั่งยืน
ที่มา: ดอยตุง
6. อินเด็กซ์ ลิฟวิ่ง มอลล์ แยกช่องทางขายตามรูปแบบการซื้อของลูกค้า
Index Living Mall เป็นธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่ไม่ได้พึ่งเฉพาะหน้าร้านและช่องทางออนไลน์สำหรับลูกค้าทั่วไป แต่ยังมีช่องทางขายสำหรับงานโครงการและตัวแทนจำหน่ายโดยเฉพาะ เพื่อรองรับลูกค้าธุรกิจที่มีรูปแบบการซื้อแตกต่างจากผู้บริโภคทั่วไป
สำหรับกลุ่ม B2B บริษัทมีช่องทาง Project Sales ที่รองรับลูกค้าจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หน่วยงาน และองค์กรต่าง ๆ รวมถึงการขายผ่าน Dealer สำหรับพาร์ตเนอร์ที่นำสินค้าไปจำหน่ายต่อ นอกจากนี้ Index Living Mall ยังมีธุรกิจ OEM และช่องทางสำหรับแฟรนไชส์ในต่างประเทศด้วย
รูปแบบการขายของ Index Living Mall ครอบคลุมหลายช่องทาง เช่น
- หน้าร้านและเว็บไซต์สำหรับลูกค้าทั่วไป
- Project Sales สำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์และองค์กร
- Dealer สำหรับตัวแทนจำหน่าย
- OEM สำหรับธุรกิจที่ต้องการผลิตสินค้าตามความต้องการ
- Franchise สำหรับพาร์ตเนอร์ที่ต้องการนำแบรนด์ไปดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ
ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า B2B eCommerce ไม่จำเป็นต้องใช้เส้นทางการซื้อแบบเดียวกับลูกค้า B2C เสมอไป ธุรกิจสามารถแยกช่องทางตามประเภทลูกค้า เพื่อให้แต่ละกลุ่มเข้าถึงสินค้า บริการ และกระบวนการขายที่เหมาะกับลักษณะการซื้อของตัวเองมากขึ้น
ที่มา: Index Living Mall
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตัวอย่างเวป B2B e-Commerce
เวป B2B eCommerce คืออะไร
B2B eCommerce คือรูปแบบธุรกิจที่ขายสินค้าหรือบริการให้กับธุรกิจอื่นผ่านช่องทางออนไลน์ ตัวอย่างเช่น Synnex Thailand ที่ให้ตัวแทนจำหน่ายสามารถล็อกอินผ่านระบบ Synnex Online เพื่อสั่งซื้อสินค้า ตรวจสอบประวัติการซื้อ ติดตามการจัดส่ง และจัดการข้อมูลการชำระเงินได้ด้วยตัวเอง
Shopify เป็น B2B หรือ B2C
Shopify เป็นแพลตฟอร์มคอมเมิร์ซที่รองรับทั้งโมเดล B2B และ B2C ธุรกิจสามารถใช้ Shopify เพื่อขายสินค้าให้ร้านค้าปลีก ผู้จัดจำหน่าย หรือผู้เชี่ยวชาญในสายงานต่าง ๆ รวมถึงขายตรงให้ผู้บริโภคจากแพลตฟอร์มเดียวกัน
บริษัท B2B คืออะไร
บริษัท B2B คือธุรกิจที่ขายสินค้าหรือบริการให้กับธุรกิจอื่น ตัวอย่างเช่น OfficeMate ที่นอกจากขายสินค้าให้ลูกค้าทั่วไปแล้ว ยังมีบริการสำหรับลูกค้าองค์กรที่ต้องการจัดซื้ออุปกรณ์สำนักงาน สินค้าไอที เฟอร์นิเจอร์ และสินค้าอื่น ๆ สำหรับการดำเนินธุรกิจ
เวปไซต์ B2B คืออะไร
เวปไซต์ B2B คือเว็บไซต์ธุรกิจที่ช่วยให้เกิดการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ ผู้ซื้อสามารถใช้เวปไซต์เพื่อค้นหาสินค้า เปรียบเทียบตัวเลือก ขอข้อมูลหรือใบเสนอราคา และสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ได้
B2B มี 4 ประเภท ได้แก่อะไรบ้าง
B2B eCommerce แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่ ผู้ผลิต ผู้ค้าต่อ ภาครัฐ และสถาบัน โดยแต่ละประเภทหมายถึงกลุ่มองค์กรที่ซื้อสินค้าและบริการจากธุรกิจอื่น เช่น ร้านค้าปลีกที่ซื้อสินค้ามาขายต่อ โรงแรมที่ซื้อวัตถุดิบจากผู้จัดจำหน่าย หรือหน่วยงานที่จัดซื้อสินค้าเพื่อใช้ภายในองค์กร

